ท่อรถยนต์ดังแค่ไหน ตำรวจจับ? รู้ไว้ก่อนแต่งท่อ
หลายคนอาจเข้าใจว่า “ท่อรถยนต์ดัง ถ้าไม่เกิน 100 เดซิเบลก็ไม่ผิด” แต่จริง ๆ แล้วกฎหมายกำหนดระดับเสียงแตกต่างกันตามปีที่จดทะเบียนและน้ำหนักรถ ดังนั้นก่อนเปลี่ยนท่อหรือแต่งระบบไอเสีย ควรรู้เกณฑ์ให้ชัดเจน
รถยนต์เสียงดังได้ไม่เกินกี่เดซิเบล?
ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดมาตรฐานระดับเสียงและวิธีการวัดระดับเสียงของรถยนต์ พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 19 ตุลาคม 2564 กำหนดว่า รถยนต์ที่เดินเครื่องอยู่กับที่ต้องมีระดับเสียงไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
เกณฑ์หลักสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ
รถที่จดทะเบียน ก่อน 1 มกราคม 2557 → ไม่เกิน 100 เดซิเบลเอ
รถที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 และมีน้ำหนักรถเปล่า เกิน 2,200 กก. → ไม่เกิน 99 เดซิเบลเอ
รถที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2557 และมีน้ำหนักรถเปล่า ไม่เกิน 2,200 กก. → ไม่เกิน 95 เดซิเบลเอ
พูดง่าย ๆ คือ รถใหม่จำนวนมากที่น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 2,200 กก. จะต้องอยู่ภายใน 95 เดซิเบลเอ ไม่ใช่ 100 เดซิเบลเออย่างที่หลายคนเข้าใจ
แล้วตำรวจจะจับทันทีไหม ถ้าท่อเสียงดัง?
ประเด็นสำคัญคือ ไม่ได้ดูจากความรู้สึกว่า “เสียงดัง” เพียงอย่างเดียว แต่การตรวจมาตรฐานระดับเสียงมีวิธีการวัดที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ
ในการตรวจวัด รถต้องจอดอยู่กับที่และมีการเร่งเครื่องยนต์ตามรอบที่กำหนด จากนั้นใช้เครื่องวัดระดับเสียงที่ผ่านการปรับเทียบ โดยตำแหน่งไมโครโฟนโดยทั่วไปอยู่ห่างจากปลายท่อประมาณ 0.5 เมตร และวัดตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น การใช้แอปวัดเสียงในโทรศัพท์มือถือแล้วเห็นตัวเลข 95 หรือ 100 เดซิเบล ไม่สามารถนำไปเทียบกับการตรวจของเจ้าหน้าที่แบบตรง ๆ ได้ เพราะวิธีวัด เครื่องมือ ตำแหน่ง และรอบเครื่องยนต์มีข้อกำหนดเฉพาะ
เปลี่ยนท่อแต่งผิดไหม?
การเปลี่ยนท่อไม่ได้หมายความว่าจะผิดกฎหมายทันที แต่ถ้าการดัดแปลงทำให้รถมีระดับเสียง เกินมาตรฐาน หรือระบบท่อไอเสียไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจและดำเนินการตามกฎหมายได้
ที่สำคัญคือ อย่าคิดว่า “ท่อมีใบรับรอง” หรือ “ร้านบอกว่าไม่ผิด” แล้วจะปลอดภัยเสมอไป เพราะสิ่งที่สำคัญในการใช้งานจริงคือสภาพรถและระดับเสียงที่ตรวจวัดได้ตามหลักเกณฑ์
สรุป
ถ้าคิดจะเปลี่ยนท่อรถ สิ่งที่ควรจำมี 3 ข้อ
1. รถแต่ละคันไม่ได้มีเกณฑ์เสียงเท่ากัน
ปีจดทะเบียนและน้ำหนักรถมีผลต่อค่ามาตรฐาน
2. รถที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2557 และน้ำหนักไม่เกิน 2,200 กก. เกณฑ์อยู่ที่ 95 เดซิเบลเอ
3. ไม่ได้ตัดสินจากการฟังด้วยหู แต่มีวิธีตรวจวัดตามกฎหมาย โดยกำหนดทั้งรอบเครื่อง ตำแหน่งเครื่องวัด ระยะห่าง และวิธีการวัดไว้อย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากมีปัญหา แต่งท่อให้เสียงพอดีและตรวจสอบระดับเสียงให้แน่ใจก่อนนำรถออกใช้งานบนถนน จะปลอดภัยที่สุด
